วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

โครงการวิทยาศาสตร์ เรื่องน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ

โครงงานวิทยาศาสตร์
การทำน้ำตะไคร้เพื่อสุขภาพ
 จัดทำโดย 
1.  นางสาวธัญญา      ทองหยู่          เลขที่  19
2.  นางสาวเบญจพร   ทองศรีแก้ว    เลขที่ 14
ครูที่ปรึกษาการจัดทำโครงงาน
อาจารย์ ดร.จิตสถา    เตชะทวีกุล
วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัสพิชากร
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
 โครงงาน น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ” เป็นโครงงานที่จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความสนใจของ
นัก เรียนโดยเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการร่วมกันวางแผนกิจกรรมที่หลาก หลายแต่ละกิจกรรมล้วนเป็นกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นสำคัญ และการดำเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรมดำเนินไปอย่างมีระบบและเป็นขั้นตอน  จึงทำให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ในการเรียนรู้อย่างแท้จริง
                ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า  การเรียนรู้แบบโคตรงงานนี้จะเป็นปโครงการวิทยาศาสตร์ เรื่องน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพประโยชน์สำหนับนักเรียน และผู้สนใจไม่มากก็น้อย และขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในการรวบรวมข้อมูลในการทำโครงงานนี้




 จุดประสงค์ของโครงงาน
๑.     นักเรียนสามารถเสนอเรื่องที่ตนสนใจ  รวมไปถึงการเลือกหัวข้อเรื่องที่ตนเองสนใจ

และอยากเรียนได้
๒.    นักเรียนสามารถเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องน้ำสมุนไพรที่ตนเองรุจักได้
๓.    นักเรียนสามารถตั้งสมมติฐานก่อนการแสวงหาคำตอบได้
๔.    นักเรียนสามารถบอกได้ว่ามีพืชชนิดใดบ้างที่สามารถนำมาทำน้ำสมุนไพรได้
๕.    นักเรียนสามารถบอกได้ว่าน้ำสมุนไพรแต่ละชนิดมีสรรพคุณทางยาอย่างไรบ้าง
๖.    นักเรียนสามารถร่วมกันสร้างแบบสำรวจเรื่อง น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพเพื่อใช้ในการสำรวจ
          ข้อมูลได้
        ๗.  นักเรียนได้รับความรู้ใหม่ๆจากการทำโครงงานเรื่องน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
        ๘.    นักเรียนสามารถคิดค้นสูตรการทำน้ำสมุนไพรตามแนวคิดของตนเองได้
        ๙.    นักเรียนได้เรียนรู้จักการทำงานร่วมกันโดยใช้กระบวนการกลุ่ม

       ๑๐.   นักเรียนสามารถนำเสนอผลงานของตนเองได้ในรูปแบบการจัดนิทรรศก
                 
กิ      กิจกรรมที่ทำในโครงงาน       
       ๑.    สืบค้นหาความรู้ที่ห้องสมุดของโรงเรียน
       ๒.  สืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
       ๓.  การแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากบุคคล  เช่น  ครู  แม่ค้าขายน้ำผลไม้
   ผู้ปกครองนักเรียน  ฯ
       ๔.  การทำแบบสำรวจจากบุคคลภายในโรงเรียน และนอกโรงเรียน ในข้อคำถามว่า 
         น้ำสมุนไพรทำมาจากพืชชนิดใดได้บ้าง

        ๖.  การทดลองทำน้ำสมุนไพรจากพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ
         บทที่  1
บทนำ

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
                เนื่องจากลุ่มของดิฉันได้สนใจการทำน้ำสมุนไพรเพราะมีความเห็นว่าในบริเวณโรงเรียนมีพืชสมุนไพรมากมายหลายชนิด เช่น ตะไคร้    ขิง   พืชสมุนไพรเหล่านี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากมีวิตามินเอ  เบต้าแคโรทีนสูง  แคลเซียม  ฟอสฟอรัส  ฯลฯ  จึงสมควรที่นำมาแปรรูปเป็นน้ำสมุนไพร  เพื่อดื่มแทนน้ำอัดลม  ถ้าเราดื่มน้ำอัดลมบ่อยๆ  จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร   กลุ่มของดิฉัน  จึงทำโครงงานน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
วัตถุประสงค์ของการการศึกษา
                1.  เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง
                2.  ช่วยประหยัดเงินและช่วยรักษาโรค
                3.  เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
                4.  ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
สมมติฐานการศึกษา
                ทุกคนต้องหันมาดื่มน้ำสมุนไพรแทนน้ำอัดลมได้และได้รับประโยชน์ของสมุนไพร



บทที่  2
การศึกษาเอกสารอ้างอิง
  
ตะไคร้บ้าน (Cymbopogon citratus (DC.) Staph)
ชื่อท้องถิ่น:   จะไคร (ภาคเหนือ) ไคร (ภาคใต้) คาหอม (แม่ฮ่องสอน) เชิดเกรย ,เหลอะเกรย (เขมร-สุรินทร์)ห่อวอตะโป่(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
มีลักษณะ:  เป็นพืชล้มลุก ความสูงประมาณ 4-6 ฟุต ใบยาวเรียว ปลายใบมีขนหนามลำต้นรวมกันเป็นกอ มีกลิ่นหอม ดอกออกเป็นช่อยาวมีดอกเล็กฝอยเป็นจำนวนมาก ตะไคร้ เป็นพืชที่สามารถนำส่วนต้นหัวไปประกอบอาหาร และจัดเป็นพืชสมุนไพรด้วย
ถิ่นกำเนิด:  ตะไคร้มีถิ่นกำเนิด ในประเทศอินโดนีเซีย ศรีลังกา พม่า อินเดีย ไทย  และในทวี
การปลูกและขยายพันธุ์ ปลูกได้การปักชำต้นเหง้า โดยตัดใบออกให้เหลือตอนโคนประมาณหนึ่งคืบ นำมาปักชำไว้สักหนึ่งสัปดาห์ก็จะมี รากงอกออกมาแล้วนำไปลงแปลงดินที่เตรียมไว้ หรืออาจใช้วิธีเอาโคนปักลงไปที่ดินซึ่งเตรียมไว้เลย ให้ห่างประมาณหนึ่งศอก ถ้าปลูกในกระถางใช้วิธีปัก โคนลงในกระถางๆละ 2-3 ต้นก็ได้ แล้วหมั่นรดน้ำให้ชุ่มเช้าเย็น ตั้งไว้ให้โดนแดดตลอดวันจะทำให้โตได้เร็ว ตะไคร้ชอบดินร่วนซุย  เป็นพืชที่ชอบน้ำ ชอบแดด ดูแลรดน้ำเสมอและโดนแดดได้ตลอดวัน เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด เวลาจะใช้ก็ให้ตัดที่โคนสุดส่วนรากเลย แล้วถอนออกมา ทั้งต้นตามต้องการ ต้องคอยตรวจดูเมื่อตะไคร้มีกอเจริญเติบโตได้เต็มที่แล้ว  ต้องถอนทิ้งหรือแยกออกไปปลูกใหม่บ้าง หรือเอาไปใช้บ้าง จำนำมาหั่นเป็นฝอยๆ  ตากแดดให้แห้งสนิทแล้วแพ็คเก็บไว้ใช้ได้นานๆ เพื่อให้ต้นอ่อนโตขึ้นมาใหม่  ถ้าไม่แยกออกไปต้นจะเล็กและลีบลงเรื่อยๆ และบางที่ก็แคระแกร็น  ต้นและกอก็จะโทรม ต้องล้างและปลูกใหม่ทั้งหมด
สรรพคุณ : ใช้ส่วนของเหง้าและลำต้นแก่ ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารที่สำคัญหลายชนิดเช่น ต้มยำและอาหารไทยหลายชนิด ให้กลิ่นหอม มีสรรพคุณทางยาเช่น บำรุงธาตุ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ทำให้เจริญอาหาร แก้โรคหืด แก้อหิวาตกโรค บำรุงสมอง ช่วยให้สมาธิดี ต้มกับน้ำใช้ดื่มแก้อาเจียนใช้ต้นสดโขลกคั้นเอาน้ำดื่ม แก้อาการเมาในกรณีผู้ที่เมามากๆช่วยให้สร่างเร็ว ส่วนหัวสามารถใช้แก้โรคเกลื้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคนิ่ว มากไปกว่านั้นยังสามารถทำเป็นยาช่วยนอนหลับช่วยลดความดันสูงน้ำมันตะไคร้หอมใช้ทากันยุงได้   ถ้าปลูกใกล้ผักอื่นๆ  จะช่วยกันแมลงได้และยังให้กลิ่นหอม ที่ดับกลิ่นบางชนิดใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสม    เพราะมีกลิ่นที่หอม และที่กำจัดยุงบางชนิดก็ใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมด้วยเนื่องจาก มีกลิ่นที่แรงจึง ช่วยทำให้ไล่ยุงได้ นอกจากนี้ตะไคร้ยังแก้กลิ่นคาวหรือดับกลิ่นคาวของปลา และเนื้อสัตว์ได้ดี




บทที่ 3
วิธีการดำเนินโครงงาน
ตารางปฏิบัติกิจกรรมโครงงาน  1  -  26   มิถุนายน  2555



สัปดาห์ที่
กิจกรรมที่ปฏิบัติ
สถานที่ทำกิจกรรม
ผู้รับผิดชอบ
1
1-4 มิถุนายน 2555
-  เลือกหัวข้อเรื่องการทำโครงงาน

วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัสพิชากร



ธัญญา,
เบญจพร
2
7-1มิถุนายน 2555
-  ประชุมในกลุ่มให้ทุกคนเตรียม  อุปกรณ์ต่างๆ
วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัสพิชากร
ธัญญา,
เบญจพร
3
14-18 มิถุนายน 2555
-  ลงมือปฏิบัติจริง  โดยสมาชิกในกลุ่มช่วยกันปฏิบัติ
วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัสพิชากร
ธัญญา,
เบญจพร
4
21-25มิถุนายน 2555
-  เสนอตัวชิ้นงานส่งอาจารย์
วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัสพิชากร

ธัญญา,
เบญจพร
5
26 มิถุนายน 2555

-  นำเสนออาจารย์ผู้สอนผ่านทางblogger
วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัสพิชากร

ธัญญา,
เบญจพร






บทที่ 3
วิธีดำเนินการโครงงาน
ในการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ในการทำน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพโดยใช้ต้นตะไคร้มาแปลงรูปเพื่อทำน้ำตะไคร้เพราะต้นตะไคร้มีสรรพคุณทางยารักษาโรคต่าง ๆ ได้หลายโรค เช่น แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดและยังมีคุณค่าทางอาหาร เช่น  มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม และฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหารอีกด้วย มีวิธีการดำเนินงานดังนี้


ส่วนผสมในการทำเครื่องดื่ม น้ำตะไคร้
  • ต้นตะไคร้ (ใช้ทั้งต้นและใบ)                        5       ต้น
  • น้ำตาลทรายแดง                                     1       ถ้วย
  • น้ำสะอาด                                             1       ถ้วย
  • เกลือป่น                                            1/4      ช้อนชา
วิธีการทำเครื่องดื่ม น้ำตะไคร้
  • เตรียมส่วนผสมข้างต้นให้ครบตามจำนวน
  • นำตะไคร้ไปล้างน้ำทำความสะอาด แล้วนำมาทุบให้แตก จากนั้นตัดต้นตะไคร้ให้เป็น ท่อนๆ ประมาณ นิ้ว ส่วนใบตะไคร้ ก็ให้สับเป็นท่อนๆ หรือจะหั่นให้ละเอียดก็ได้ แล้วนำใส่หม้อ เติมน้ำสะอาด ลงไปนำขึ้นตั้งบนเตาไฟ
  • พอน้ำเดือดก็ให้ลดไฟลง แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนรู้สึกว่าน้ำตะไคร้ ออกมาผสมกับ น้ำสะอาดมากพอแล้ว (วิธีสังเกต ให้ดูที่น้ำจะเห็นว่า น้ำจะมีสีเขียว)
  • ใส่เกลือป่นลงไป เคี่ยวอีกสักพัก จนเห็นว่าตะไคร้ได้ มีการละลายออกมา ผสมรวมกันกับน้ำ หมดแล้ว ก็ใช้ทัพพี หรือกระชอนตักเอา ต้นตะไคร้ และใบตะไคร้ออก
  • พอเอาต้นตะไคร้และใบตะไคร้ ออกหมดแล้วก็ เติมน้ำตาลทรายแดง ลงไปเคี่ยวสักพัก พอให้น้ำตาลทรายแดงละลายหมด ก็ให้ยกลงจากเตาไฟ
  • ดื่มร้อนๆ ก็อร่อยดี หรือหากใครชอบดื่มแบบเย็นๆ ก็เอาน้ำแข็งใส่แก้ว แล้วก็เท น้ำตะไคร้ลงไป คนให้เข้ากัน ยกขึ้นดื่มก็อร่อยดีอีกแบบ





บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล/ผลการจัดทำโครงงาน

ผลการทดลอง
โดยกลุ่มของดิฉันได้มีการทดลองในการทำน้ำตะไคร้ โดยการให้คนในครอบครัวและเพื่อนบ้านได้ทดลองชิมน้ำตะไคร้ที่เราทำขึ้นมา และได้สอบถามเกี่ยวกับรสชาติน้ำตะไคร้  ซึ่งประเมินด้วยเสียงส่วนมากจึงออกมาเป็นน้ำตะไคร้ที่มีรสชาติที่และอร่อยและยังมีสรรพคุณทางยาและอาหารอีกมาก


   

 บทที่ 5

สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ


ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.  เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง
2.  ช่วยประหยัดเงินและช่วยรักษาโรค
3. มีความสามัคคีในหมู่คณะ
        
 
    
ข้อเสนอแนะในการทดลอง

         

1.               เราอาจนำสมุนไพรชนิดอื่นที่หาได้ง่ายตามครัวเรือนของคุณ
2.               เราอาจนำตะไคร่ไปใช้ทำประโยชน์อย่างได้อีกมากมาย
3.               ตะไคร่สามารถนำไปทำอาหารบำรุงร่างกายได้อีกด้วย






  





0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น